เรื่องย่อ “พรายสังคีต” ภาคต่อ2

 

ปกรณ์ผู้ซึ่งฝึกฝนสมาธิจนสามารถใช้ทิพจักขุญาณในการล่วงรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ไม่ทันการณ์เพราะยชญ์ได้มอบสำเนาโน้ตเพลงทางเดี่ยวซอสามสายพร้อมกับบทร้องให้แก่โฉมยงค์เพื่อให้นำไปให้นักศึกษาฝึกซ้อมสำหรับการประกวดที่ใกล้เผ่านาทุกขณะ โดยนักดนตรีที่จะทำการบรรเลงซอสามสายคือ เมญากร (พิมประภา ตั้งประภาพร) ส่วนผู้ทำการขับร้องคือ พวงแพร (ปริตา ไชยรักษ์)

 

นัดแรกที่เมญากรเห็นโน้ตและตั้งท่าจะสีซอ สายซอทั้งสามก็ขาดผึงพร้อมกัน! ทั้งศิษย์ทั้งครูจึงต่างจุดธูปเพื่อให้ขอขมาเจ้าของบทประพันธ์ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงเกิดเหตุการณ์แปลกๆชวนให้เด็กๆคิดไปว่าเพลงท่วมธรณีน่าจะมีอาถรรพ์อะไรสักอย่างโดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคือพฤติกรรมของ ดร.พิบูล (อุเทน พรหมมินทร์) เพื่อให้ต้องการให้ทีมแพ้เพราะหวังตำแหน่งและหุ้นส่วนใหญ่กับมหาวิทยาลัยคู่แข่ง

 

โฉมยงค์ก็จับได้ว่าเป็นพฤติกรรมของดร. ทำให้เด็กเลิกหวาดกลัวและกลับมาซ้อมเพลงกันอย่างจริงจัง ด้านปกรณ์นั่งสมาธิเห็นการตายของโฉมยงค์หลังการร้องเพลง ทำให้ปกรณ์รีบร้อนจะมาห้าม แต่เกิดวูบหมดสติต้องเข้าโรงพยาบาล พวงแพรไม่สบายทำให้โฉมยงค์ต้องร้องเพลงท่วมธรณีแทนไปก่อน และระหว่างที่ซ้อมอยู่คนเดียวในห้องซ้อมซึ่งตรงกับคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง โฉมยงค์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดกับตัวเอง เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากทวารทั้งเก้าของหล่อน แม้พยายามจะหยุดร้อง แต่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้…หล่อนขาดใจตายในห้องดนตรีเมื่อร้องเพลงท่วมธรณีจบเพราะอาถรรพ์จากคำสาปของเทิดซึ่งเป็นพี่ชายของครูพุกและเป็นเจ้าของบทประพันธ์อันแท้จริง และเป็นการปลุกวิญญาณของเทิดที่ถูกจองจำให้ออกมาได้

ตำรวจไม่สามารถหาการตายของโฉมยงค์ได้ และสุดท้ายก็ลงความมองว่าโฉมยงค์ตายเพราะภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในขณะที่วิญญาณของเทิดได้พยายามตามหากล้าและ ดวง (ญาดา เทพนม)เพื่อให้จะแก้แค้นอีกรอบ โดยไม่รู้ว่ากล้าได้กลับมาเป็นปกรณ์นั้นเอง ยชญ์ยังคงต้องทำหน้าที่ในการซ้อมเพลงท่วมธรณีต่อไป ทั้งๆที่เขารู้สึกแปลกๆ

ละครย่อเรื่อง ปางเสน่หา 16

เรื่องชุลมุนวุ่นวายเมื่อเตชิตมาเยี่ยมปรายดาว หญิงสาวยังหลับตาพริ้มบนเตียงแต่สีหน้าสดใสขึ้น ชายชายหนุ่มโน้มตัวลงกำลังจะขโมยจูบแก้มเจ้าหญิงนิทรา เขาผงะหงายออกเมื่อปรายดาวลืมตาขึ้น เตชิตดีใจมากแต่คุณกลับร้องให้คนช่วย เขาพยายามเรียกคุณว่าเสียงใสเพื่อให้เตือนความจำ ปรายดาวมองเขาอย่างหวาดกลัว เตชิตต้องการจะบ้าเมื่อจู่ ๆ พอลก็เปิดประตูเผ่านา เขาตรงเข้าไปกอดปรายดาว อย่างปลอบใจ คุณกอดเขาแน่นอย่างกลัวจริง ๆ เตชิตจึงเดินออกจากห้องอย่างโกรธ ๆ เสียงใส ฟื้นขึ้นมาในร่างปรายดาวแต่จำเขาไม่ได้ ที่ร้ายกว่านั้นพอลเผ่านายุ่งเรื่องนี้อีกจนได้ ชายชายหนุ่มแค้นใจพูดไม่ออกเมื่อพอลตามมาบอกว่าปรายดาวเป็นคู่ควงของเขา พอลขอให้เขาเลิกวุ่นวายกับคุณได้แล้ว

เตชิตขับรถออกจากโรงพยาบาลอย่างโกรธจัด แต่และจากนั้นก็ต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกจนได้เมื่อรถของเขาโดนรถบรรทุกขนาด ใหญ่ชนอย่างแรง ศรีตรังตามมาเยี่ยมเพื่อให้นคุณบ่นพึมเรื่องที่เขาโชคร้าย เจ็บตัวบ่อยเหลือเกิน แต่เมื่อเตชิตเล่าเรื่องพอลและการทำงานของเขาให้ฟัง ศรีตรังดีใจที่พี่เพชรเป็นคนดี คุณความดีใจหายไปทันทีเมื่อเตชิตพูดต่อว่า พอลเป็นคู่ชีวิตของปรายดาว ชายชายหนุ่มสรุปให้เพื่อให้นสาวฟังสั้น ๆ ว่า เสียงใสก็คือวิญญาณของปรายดาว เขารักเสียงใสหรือปรายดาวคนนี้ พอลหรือพี่เพชรไม่ควรจะมายุ่ง เพราะฉะนั้นศรีตรังต้องช่วยเขาคิดแผนฟื้นความจำคนคู่นี้ให้ได้ พี่เพชรจะได้กลับมาหาน้องศรีตรังและ ปรายดาวก็ควรจะอยู่กับเตชิต

ปรายดาวต้องทำกายภาพบำบัดอยู่หลายเดือนกว่าจะเดินได้เป็นปกติ คุณเสียใจเมื่อรู้เรื่องปรกเดือน ปรายดาวไปเยี่ยมพี่สาวบ่อย ๆ เพื่อให้ให้กำลังใจ ปรกเดือนใกล้คลอดเต็มทีแต่คุณก็สุขสบายที่จะมีลูก ซึ่งจะเป็นตัวแทนของเดนิส ปรายดาวชวนพอลไปเที่ยวที่ไร่สุขศรีตรัง ชายชายหนุ่มเข้าใจว่าคุณจำทุกอย่างได้แล้ว แต่ไม่ใช่ ปรายดาวได้แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของไร่นี้ส่งมาที่บ้านจนต้องการจะไปท่องเที่ยวส่วนพอลแม้จะปฏิเสธกับศรีตรังว่าเขาไม่ใช่พี่เพชร แต่เขาก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร การเดินทางไปไร่สุขศรีตรังคราวนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบน้อง ศรีตรังก็ได้ เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงไร่ แผนการฟื้นความจำของเตชิตและศรีตรังก็เริ่มขึ้น ศรีตรังต้อนรับพอลเหมือนลูกค้าคนอื่น ๆ คุณทำเหมือนเพิ่งจะรู้จักกันนัดแรกค่อนข้างไว้ตัวและหมางเมินจนพอลหงุดหงิด ใจ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ศรีตรังทำให้พอลยอมรับว่าเขาคือพี่เพชรและกลับมาหาคุณจนได้ สิบปีไม่ทำให้เขาลืมน้องศรีตรังคนนี้เลยเขายังรักคุณ ส่วนเตชิตก็ทำให้ปรายดาวจำเสียงใสและเรื่องราวระหว่างเขากับคุณได้เช่นกัน แผนการของเตชิตและศรีตรังเพื่อให้นสนิทคู่นี้สำเร็จลงด้วยดี

ละครย่อเรื่อง มาหยารัศมี

ในงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นทุกอาทิตย์ของ จันทรา(ปู-มัณฑนา หิมะทอง) ดุจแข (ตาล-กัญญา รัตนเพชร์) ก็ถูกเชิญมาร่วมงานด้วย เพราะเป็นเพื่อให้นสนิทของ เพ็ญประกาย (นัทธินันท์ กุมชพร) แต่จริงๆแล้วดุจแขไม่ได้ชอบพออะไรบ้างที่อยู่ในตัวเพ็ญประกายเลย แต่เพียงแค่เพ็ญประกายคือลูกของจันทราและ เมิน (วสุ แสงสิงแก้ว) นักธุรกิจใหญ่ที่ร่ำรวย ขณะที่ครอบครัวของดุจแขกำลังจะล้มละลาย เลยต้องหาที่ยึดหลักจึงคบเพื่อให้นไฮโซ หนึ่งในนั้นที่ดุจแขคบด้วยก็คือ มรว.ธิติรัตน์ (นิว-วงศกร ปรมัตถากร) คนรักของคุณ ในงานดุจแขโปรยเสน่ห์กับทุกคน จนคุณชายไม่พอใจจึงออกไปเดินเล่นด้านนอก และก็ได้ยินเสียงคนร้อง แต่ก็หาไม่พบ ดุจแขออกมาตาม เลยทำให้คุณชายไม่รู้เลยว่า เดือนแรม หรือ มาหยารัศมี (ใหม่-ดาวิกา โฮเน) ถูกจับขังเอาไว้ในห้องเก็บของ เพราะจันทราเกลียดแรม ที่แรมเป็นลูกของเมินและ ราศรี (แอล-จุฑาทิพย์ ครุธามาศ) เมียหลวงที่ตายไปแล้ว เพราะกลัวว่าแรมจะได้ทุกอย่างไป เหตุเพราะจันทรารู้มาว่า หม่อนเจ้าธีรธำรง(ศุกล ศศิจุลกะ) พ่อของคุณชายธิติรัตน์ ได้ตกลงกับเมินว่าจะให้ลูกชายและบุตรสาวของทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อรู้อย่างนั้นจันทราจึงพยายามนำพาบุตรสาวของตนทั้งเพ็ญประกายและ ชุติมา (กุญแจซอล-ป่านทอง บุญทอง) หลานสาว แต่จริงๆ แล้วเป็นบุตรสาวของจันทรากับสามีเก่า มาใส่พานเสนอคุณชาย ดุจแขรู้ก็โกรธมาก ตั้งแต่นั้น 2 ครอบครัวจึงเปลี่ยนเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน

วันหนึ่งแรมถูกจันทราและชุติมาทรมานอย่างหนักจึงหนีออกจากบ้าน คุณชายขับรถมาเฉี่ยว จึงพาไปที่บ้านของธิดา(แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) เพราะเกรียง(กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช)สามีของธิดาเป็นหมอ คุณชายทั้งสงสารและเอ็นดูแรม ส่วนแรมก็ถือว่าคุณชายเป็นผู้มีพระคุณ จันทราดีใจมากที่แรมหนีไป มีเพียง ป้ามะลิ (สุดารัตน์ เดชากุล) ป้าพิม(ดี้-ปัทมา ปานทอง) และร.ท.แม้นเทพ หรือ พี่ต้อม (โตนนท์ วงบุญ) ที่เป็นห่วงแรม ทั้ง 3 ออกตามหาแต่ไม่เจอ

ละครย่อเรื่อง แม่ยายคงกระพัน

เมื่อว่าที่แม่ยายสุดบู๊ ต้องมาปะทะว่าที่ลูกเขยไฮโซ ดำเนินการพิสูจน์รัก จึงเกิดขึ้น ++ ณ หมู่บ้านน้ำหลาก….อันอุดมบริบูรณ์ คุณนายอุ่นเรือน เศรษฐีนีหม้ายสาวใหญ่สามีตาย ยอดนักสู้ เจ้าของที่นากว้างใหญ่ทั้งเคี่ยว เค็ม ปากร้ายแต่ใจดี แถมใจนักเลง จัดขึ้นเพื่อให้ต้อนรับการกลับมาของ ขวัญข้าว บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว ที่เพิ่งจะสำเร็จการศึกษาจากเมืองนอกงานเลี้ยงเป็นเพียงฉากหน้า แต่แท้จริงแล้วคุณนายอุ่นเรือนต้องการประกาศคุณสมบัติอันหาที่ติไม่ได้ของขวัญข้าวให้เป็นที่ประจักษ์

คุณนายอุ่นเรือนจัดงานเลี้ยงใหญ่โตต้อนรับการกลับมาของขวัญข้าว บุตรสาวคนเดียวที่ส่งไปเรียนเมืองนอก เชิงชายลุงของขวัญข้าวที่แอบรักคุณนายอุ่นเรือนมานาน รู้ว่าอุ่นเรือนใช้งานเลี้ยงบังหน้าที่จริงตั้งมั่นจับขวัญข้าวคลุมถุงชนหมั้นกับวันพระ เกตรอำเภอ เสี่ยสหโชคที่หลงรักอุ่นเรือนเหมือนกัน กับสหชัย ลูกชาย ที่แอบรักขวัญข้าวก็พาลูกน้องมารอต้อนรับหวังจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ขวัญข้าวกลับพาเอกดนัย แฟนชายหนุ่มกลับมาบ้านด้วย อุ่นเรือนถึงกับช็อคเป็นลมพร้อมประกาศไม่ยอมรับลูกเขยไฮโซ เพราะต้องการลูกเขยที่เป็นลูกชาวนาเหมือนกัน ขวัญข้าวโกหกว่าเอกดนัยเป็นลูกชาวนา อุ่นเรือนจึงยอมให้มีงานหมั้น แต่งานหมั้นก็ต้องล่มเพราะคุณหญิงรุ่งรัศมีและคุณชายเทพดนัย พ่อแม่ของเอก มาเปิดเผยความจริงไม่ยอมรับขวัญข้าวเป็นสะใภ้เช่นกัน อุ่นเรือนโกรธมาถือถือมายิงไล่เอกดนัย ไม่ยอมรับเอกเป็นลูกเขย

 

ขวัญข้าวและเอกดนัยหายตัวไป ไปที่คลองน้ำหลากเข้าใจว่าขวัญข้าวและเอกดนัยกระโดดฆ่าตัวตายตามตำนานเจ้าแม่น้ำหลาย ทั้งคุณนายอุ่นเรือนและคุณหญิงรุ่งรัศมี ไหว้ศาลเจ้าแม่น้ำหลากยอมทุกอย่างขอให้ลูกกลับมา เป็นไปตามแผนที่เชิงชายวางไว้ เอกและขวัญเลยออกจากที่ซ่อนให้แม่รักษาที่ให้กับเจ้าแม่ ทุกคนเข้าใจว่าขวัญและเอกเป็นผี แกงค์สหชัยวิ่งหนีลงคลอง อุ่นเรือนจำต้องยอมรักษาคำพูดที่บนบานต่อศาลเจ้าแม่ ให้เอกกับขวัญแต่งงานกันได้ แต่มีข้อแม้สุดโหดให้เอกปลูกกระท่อมเป็นเรือนหอด้วยตัวเองภายใน1อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ต้องเลิกกัน อุ่นเรือนคิดแผนแกล้งไม่ให้เอกสร้างกระท่อมได้สำเร็จ รุ่งรัศมีแอบคิดแผนร้ายทำลายความรักของลูกชายเช่นกัน

เรื่องย่อ ยุทธการปราบนางมาร

รัมภาภัสร์ หรือ รัมภา (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ผู้บริหารสาวสวยที่รับหน้าที่บริหารบริษัทภาพยนตร์ไทย ผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแทน รณชัย (พีท ทองเจือ) ผู้เป็นพ่อของคุณที่ล้มป่วยกะทันหัน รัมภาภัสร์มีนิสัยขี้เหวี่ยง ขี้วีน พร้อมจะอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณเปลี่ยนเลขาอยู่บ่อยๆ วันหนึ่ง ยุทธการ (เศรษฐพงศ์ เพียงพอ) ที่กำลังมีปัญหาเรื่องเงินอย่างหนัก ก็ได้รับการติดต่อให้มาสมัครเป็นเลขาของรัมภาภัสร์ ซึ่งยุทธการคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เงินมาใช้หนี้ จึงไปสมัครและสัมภาษณ์งานนี้กับรัมภาภัสร์โดยตรง ด้วยความละเอียดรอบคอบไหวพริบดีและยังสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ได้ดี รัมภาภัสร์จึงรับยุทธการเข้าทำงาน และรัมภาภัสร์ก็คิดว่ายุทธการเป็นชายรักชายแน่ๆ แต่ไม่เคยถามให้ชัดเจน รัมภาภัสร์จึงยุทธการเรียกว่า ยุตตี้

หลังจากยุทธการเผ่านาทำงานได้ไม่นาน บริษัทของรัมภาภัสร์ก็ได้รับมอบหมายให้ทำแผนการใหญ่ คือ หนังเรื่อง แบดกาย โดยมีบริษัทสยามภาพยนตร์ของ แฟรงค์ (เดวิด อัศวนนท์) เป็นคู่แข่ง ซึ่งแฟรงค์พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ และหาวิธีเพื่อให้ทำลายการทำงานของรัมภาภัสร์ตลอด การทำหนังเริ่มขึ้น โดยอุปสรรคด่านแรกของรัมภาภัสร์ คือนายทุนต้องการ ไซม่อน (ประชากร ปิยะสกุลแก้ว) พระเอกลูกครึ่งไทยฮ่องกงมาเล่นเป็นพระเอก ทั้งบริษัทของแฟรงค์ และรัมภาภัสร์ต่างก็พยายามสนทนากับไซม่อนเพื่อให้ชิงตัวเขามาเป็นพระเอกให้ได้ เพื่อให้ชัยชนะในด่านแรก ยุทธการได้แนะนำให้รัมภาภัสร์ไปขอร้องจาก ปภาดา (นารา เทพนุภา) บุตรสาวของ ปวีดา (ลภัสสรดา ช่วยเกื้อ) เมียใหม่ของรณชัย

แม้ว่ารัมภาภัสร์จะไม่ชอบสองแม่ลูกคู่นี้เพียงใด แต่เพื่อให้งานรัมภาภัสร์ก็ยอมทำตามที่ยุทธการบอก จนไซม่อนยอมตกลงเป็นพระเอกในหนังให้บริษัทของคุณ ระหว่างการถ่ายทำหนังก็เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นอย่างมาก แต่ทุกครั้งยุทธการก็สามารถเผ่านาช่วยรัมภาภัสร์แก้ไขได้ทุกครั้ง และด้วยความใกล้ชิดกันก็ทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวต่อกัน

แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อรัมภาภัสร์จับได้ว่ายุทธการปิดบังความจริงอะไรบางอย่าง มาหลอกให้คุณรัก และวางใจ ทำให้รัมภาภัสร์เสียใจมากห้ามให้ยุทธการเผ่านาในบริษัทอีก และลงโฆษณาประจานว่าเขาคือคนหลอกลวงต้มตุ๋น ยุทธการพยายามแจกแจงแต่รัมภาภัสร์ไม่ยอม สุดท้ายเรื่องราวจะจบลงอย่างไร จากเลขาจะเปลี่ยนเป็นคนรู้ใจได้หรือเปล่า และยุทธการจะปราบนางมารร้ายอย่างรัมภาภัสร์ให้เปลี่ยนเป็นนางฟ้าได้ด้วยวิธีไหน

เรื่องย่อไฟหิมะ 1

สุนีย์ (กันตา ดานาว) และ น้ำ (แก้วใส คริสตัล) แม่และน้องสาวเป็นห่วงหิน รวมทั้ง เผือก (ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล) เพื่อให้นตำรวจคอยให้กำลังใจให้หิน แต่สุดท้ายหินก็ทำใจไม่ได้เมื่อไปเห็นภาพวงจรปิดที่ตำรวจได้จากโรงแรมม่านรูดที่คิมหันต์และรตีไปมีสัมพันธ์กันก่อนเกิดอุบัติเหตุ หินหนีจากทุกคนไปพักใจคนเดียว ทำให้สุนีย์และน้ำเป็นห่วงมาก ไม่รู้ว่าหินไปไหน สุนีย์เครียดจนโรคความดันและเบาหวานกำเริบ ต้องเข้าโรงพยาบาล

ติ๊ยาไปบ้านพักริมสมุทรเจอหินที่เมาไม่ได้สติ นอนแช่น้ำริมสมุทร ติ๊ยาคอยช่วยดูแลหินที่ไม่สบายเป็นไข้ เวลาที่อยู่ด้วยกันที่สมุทร ทำให้ทั้งคู่มีใจให้กัน ติ๊ยาสัญญาว่าจะเป็นกำลังใจให้หิน แต่พอกลับมากรุงเทพฯ ทั้งคู่ต่างแง่งอนใส่กันอีก เดี๋ยวดีกัน เดี๋ยวสมุทราะกัน ยิ่งคิมหันต์คอยเผ่านาป่วน ตามจีบติ๊ยา โดยมีประเสริฐเปิดทางให้ ยิ่งทำให้ติ๊ยากับหิน เข้าใจผิดกันไปอีก คิมหันต์เกลียดหินอยู่แล้ว ให้ลูกน้องรังแกจนหินบาดเจ็บ หินตกอับ ต้องทำงานรับจ้างทุกอย่าง เพื่อให้รักษาแม่ที่ป่วยด้วย คิมหันต์ก็จ้องที่จะรังควานหินให้จมดิน

คิมหันต์จ้างมือปืนไปยิง กร (ทองภูมิ สิริพัฒน์) มาเฟียใจร้อน คู่แค้นทางธุรกิจ ที่ขัดผลประโยชน์กัน แต่หินไปช่วยไว้พอดี กรจึงชวนหินไปทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ หินประชดชีวิต และจำเป็นต้องทำเพื่อให้หาเงินมาดูแลแม่ คิมหันต์เจอหินทำงานกับกร ยิ่งไม่พอใจหนัก แต่ทำอะไรไม่ได้ กรเยาะเย้ย เพราะรู้ว่าคิมหันต์เกลียดหินมาก ทั้งคู่จ้องจะห้ำหั่นกัน

คิมหันต์รู้ว่าหินกับติ๊ยาชอบกัน จึงใช้ไม้ตายบีบบังคับประเสริฐ บังคับให้ติ๊ยาแต่งงานด้วย ไม่เช่นนั้นจะเอาหลักฐานที่ประเสริฐค้ายาให้ตำรวจ ติ๊ยารู้เรื่องเสียใจมาก แต่ก็ห่วงพ่อ จึงต้องยอมทำตามคิมหันต์ ที่แสดงออกว่าเป็นแฟน ทำให้หินเสียใจ ที่โดนผู้หญิงที่ตัวเองรัก หักหลังอีกแล้ว หินหมดสิ้นทุกอย่าง ยอมทำงานผิดกฎหมายกับกร เพื่อให้นของหินคือเผือกพยายามมาเตือนสติให้หินเลิกทำสิ่งผิดกฏหมาย แต่หินไม่ฟัง เผือกไม่กล้าบอกเรื่องของหินให้น้ำฟัง เพราะกลัวเป็นห่วง

ขณะเดียวกัน รตีเพิ่งจะฟื้นตัว ได้สติ รู้ว่าหน้าเสียโฉม หน้าตาดูไม่ได้ ก็กริ๊ดลั่นเสียสติ และแค้นคิมหันต์ ที่ทอดทิ้งไม่ดูแล แม้ว่าหินจะไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจก็ไม่เป็นผล ด้านกรคิดแผนแก้แค้นคิมหันต์ คิดจะจัดการกับนลิน น้องสาวของคิม ขณะที่จักร รุกคืบหน้าตามจีบนลินสุดกำลัง โดยมีติ๊ยาคอยเชียร์

ด้าน หิน กับ ติ๊ยา เส้นทางความรักเหมือนเป็นเส้นขนาน เพราะคิมหันต์บังคับให้ติ๊ยาบอกเลิกหิน เพื่อให้แต่งงานกับคิมหันต์เอง ทำให้หินรู้สึกสิ้นหวัง หมดสิ้นทุกอย่าง ทางเท้าชีวิต และความรักของหินและติ๊ยาจะลงเอยกันอย่างไร

เรื่องย่อระบำเมฆ 7

เมฆสงสารหนูเล็กจับใจ ที่ตอนนี้คุณเหมือนคนหัวใจสลายเมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าภาณุเลี้ยงดูคุณไว้เพื่อให้ข่มขู่แม่แท้ ๆ ของตน คนที่คอยเฝ้าตามและดักรังควานหนูเล็กล้วนเป็นคำสั่งของภาณุ ให้อิสราจัดการเพื่อให้ข่มขู่โชนรังสีไม่ให้ขัดขืนคำสั่งตน ทั้ง ๆ ที่อิสราไม่เต็มใจ แต่เพราะรักเหมือนมาดาเขาจึงต้องทำตามคำสั่งภาณุ และเก็บความลับนี้ไว้ ในขณะที่โชนรังสีพยายามส่งคนไปพาตัวหนูเล็กหนีมา แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้ หนูเล็กรู้สึกผิดที่มองว่าแม่ของตนคิดร้าย ทั้ง ๆ ที่พยายามจะช่วยตน โชนรังสีใช้ชีวิตของเช่นชนกมาแลกกับอิสระของคุณและหนูเล็ก แต่เช่นชนกที่แกล้งหมดสติแย่งปืนจากโชนรังสีมาได้ และไม่ยอมให้โชนรังสีและหนูเล็กเป็นอิสระได้ง่าย ๆ เช่นกัน เพราะเขายังต้องการใช้ประโยชน์จากทั้งคู่อยู่ ภาณุตกอกตกใจมากเมื่อรู้ว่าเช่นชนกสงสัยเรื่องแผนการทุกอย่างของภาณุมานานแล้ว และแกล้งยอมให้โชนรังสีจับมาง่าย ๆ เพราะอยากรู้ความจริงทั้งหมดจากปากภาณุ ดังนั้นภาณุไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก เพราะเช่นชนกก็เหมือนลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น และจะทำให้ภาณุมองว่าเขาทำได้ดีมากยิ่งกว่าพ่อเพียงใด

          หลังจากได้รู้ความจริง คนของเช่นชนกบุกเผ่านาเล่นงานคนของโชนรังสีจนหมด และสั่งให้จัดการกับเมฆ แต่ไม่ทันจะได้ลงมือกลุ่มราชสีห์ก็บุกเผ่านาช่วยเหลือเมฆจนเกิดการปะทะกันขึ้น ปรินทร์ตามมาช่วยเช่นชนกหนีออกไปก่อน ภาณุจึงจับหนูเล็กเป็นตัวประกันเพื่อให้หนี แต่ทั้งเมฆและโชนรังสีเข้าไปช่วยหนูเล็กอย่างไม่กลัวตาย ภาณุตัดสินใจลั่นไกใส่โชนรังสี ก่อนจะยิงหนูเล็กอีกคน ตำรวจบุกเผ่านาจับ ตามที่คิงและพวกได้แอบแจ้ง ตำรวจพยายามเข้ารวบตัวภาณุ แต่เมฆเผ่านาเล่นงานภาณุได้ก่อนและจับเขาส่งให้ตำรวจ ก่อนจะพาหนูเล็กหนี หนูเล็กร้องไห้แทบขาดใจที่ต้องมาสูญเสียแม่ที่พึ่งได้พบกันในวันนี้

          ด้านคิงให้นงคราญไปจัดการเอาเอกสารหลักฐานสำคัญจากบริษัทโชนรังสีและพี.เอ็น.กรุ๊ป ก่อนที่คนอื่นจะไปถึง การเข้าไปเห็นเอกสารของบริษัทของโชนรังสีทำให้คิงตระหนกตกใจและแปลกใจไม่น้อย ว่าโชนรังสีเองก็ไม่ได้แค่ทำงานเป็นนกต่อส่งสินบนให้พี.เอ็น.กรุ๊ปเพียงแค่นั้นโชนรังสียังลอบกัดพี.เอ็น.กรุ๊ปด้วยการช่วยเหลือกลุ่ม Young Blood ที่เป็นการรวมตัวของลูกผู้มีอิทธิพลอย่าง เช่นชนก (ลูกภาณุ), เพชรน้ำเงิน (ลูกเกริกไกร), ปรินทร์ (ลูกโสธร) ที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อให้ล้ม พี. เอ็น. กรุ๊ป ด้วย และจากเอกสารที่คิงเก็บได้ พี.เอ็น.กรุ๊ปตอนนี้ก็เพียงรอวันล้มเพื่อให้ให้บริษัทของกลุ่ม Young Blood ขึ้นมาผงาดแค่นั้นคิงยังมีข้อสงสัยว่าลูกของคนที่เป็นศัตรูกันกลับมารวมกลุ่มกันเพื่อให้อะไร เรื่องนี้ทำให้คิงชะงัก เพราะโสธรและเกริกไกรถือเป็นศัตรูกัน แต่ลูกชายกลับมาร่วมหุ้นกัน รวมไปถึงปรินทร์ที่คิงไม่รู้ว่าเป็นเครือญาติข้างไหน ที่แน่ ๆ คำตอบของปริศนาเซฟเฮ้าส์คีตภรณ์ของคิงที่ไม่เป็นความลับนั้นมาจากปรินทร์ และคำถามต่อไป ปรินทร์รู้เรื่ององค์กรราชสีห์ขนาดไหน แต่เรื่องแค่นี้ไม่สามารถหยุดยั้งอุดมการณ์และการทำงานขององค์กรราชสีห์ได้อย่างแน่ๆ

เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 6

หลังเลิกประชุมแล้วโดฮยอนก็ไปรับลูกๆ และเมียที่ลานสเก็ตเพื่อให้เดินทางกลับบ้านด้วยกัน ส่วนทางด้านฮงชอลและครอบครัวก็กำลังถูกคีชอลไล่ออกจากบ้าน คีชอลพยายามอธิบายว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของตน จากนั้นก็จ้างคนขับรถให้ช่วยพาทุกคนไปจากที่นี่ ฮงชอลตัดพ้อว่าทำไมคีชอลถึงทำกับตนได้ลงคอ  ดัลซุนได้ยินดังนั้นก็ตำหนิสามีที่โดนไล่แล้วยังไม่ยอมไป เมื่อเห็นดัลซุนพาลูกๆ ขึ้นไปจับจองที่นั่งหน้ารถ  ฮงชอลก็แย้งว่าแฮจูกำลังไม่สบาย แต่ดัลซุนไม่สนใจและอ้างว่าคุณกำลังท้องแก่ (ส่วนซังแทแม้จะเป็นผู้ชายและอายุมากกว่าแฮจู แต่คุณก็ไม่ยอมให้เขานั่งตากลมทางด้านหลังเช่นกัน)

 เมื่อเห็นรถยนต์วิ่งเผ่านาในรอบๆบ้าน คีชอลก็เร่งให้ฮงชอลรีบขึ้นรถ โดฮยอนเห็นรถหกล้อวิ่งสวนออกไปจึงถามคีชอลว่าคนที่อยู่ในรถเป็นใคร คีชอลตอบว่าเป็นแค่คนที่ตนรู้จัก กึมฮีถามคีชอลว่าเขาพาคนนอกเข้าไปในบ้านหรือเปล่า คีชอลรีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม กึมฮีสงสัยว่าทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าคุณ คีชอลถึงมีทีท่าอึดอัดใจ แต่พอหันไปเห็นชางฮีคุณก็ไม่คิดที่จะคาดคั้น ชางฮีเห็นพ่อคอยตามรับใช้ทุกคนอย่างกุลีกุจอก็ได้แต่ยืนมองด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

หลังออกเดินทางมาได้สักพัก ดัลซุนก็สั่งให้คนขับหยุดรถ แล้วลงมาถามฮงชอลว่าจะให้รถไปส่งที่ไหน  ฮงชอลตอบว่าต้องพาแฮจูไปส่งโรงพยาบาลก่อน  ดัลซุนเหน็บว่าเขามีเงินค่ารักษาหรือ คุณไม่พอใจที่ฮงชอลเป็นห่วงแฮจูมากกว่าตนเองและลูกๆ  จึงประท้วงด้วยการล้มตัวลงนอนบนพื้นแล้วบอกว่าจะคลอดลูกข้างถนน  คุณยืนกรานว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เพราะก่อนหน้านี้ฮงชอลเคยบอกคุณว่าถ้ามาอุลซานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ที่สำคัญ คุณไม่อยากกลับไปผจญกับบรรดาเจ้าหนี้อีกต่อไปแล้ว คนขับรถขนของเห็นดังนั้นก็เริ่มทนไม่ไหว จึงโยนข้าวของลงจากลงรถด้วยความโมโห ทำให้โดนฮงชอลและลูกเมียต่อว่า หลังเริ่มมีปากเสียง ฮงชอลและดัลซุนก็ช่วยกันรุมรังแกคนขับรถ ทำให้ถูกทิ้งไว้ที่เมืองอุลซาน

เมื่อไม่มีรถ ฮงชอลก็ต้องแบกแฮจูไว้บนหลังแล้วพาลูกเมียเดินหอบข้าวของไปถามถนน เขาพยายามโบกรถแต่ก็ไม่มีคันไหนจอดรับ กระทั่ง "ยู จองอู"  (อาแท้ๆ ของยูจินหรือแฮจูในปัจจุบัน) ผ่านมาเจอเข้าโดยบังเอิญ จึงพาทุกคนไปพักที่บ้านหลังหนึ่ง ฮงชอลและครอบครัวจึงเริ่มชีวิตใหม่กันตรงนั้น

หลังหายไข้แล้วแฮจูก็ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนใหม่ โดยมีจาง อินฮวา บุตรสาวโดฮยอนเป็นเพื่อให้นร่วมชั้น และเหตุเพราะไม่มีโต๊ะว่าง คุณครูจึงบอกให้แฮจูไปนั่งกับอินฮวาเป็นการชั่วคราว (อินฮวาเป็นผู้เรียนคนเดียวในห้องที่ไม่นั่งคู่กับใคร แถมโต๊ะของคุณยังปูด้วยผ้าลายดอกไม้สีชมพูอีกต่างหาก) อินฮวารังเกียจแฮจูที่เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเต้าเจี้ยว เลยบอกให้เพื่อให้นอีกคนมานั่งกับคุณแทน แฮจูแย้งว่าครูบอกให้คุณมานั่งกับอินฮวา  อินฮวาหันไปมองหน้าครูประจำชั้นกึ่งสั่ง ครูเลยบอกให้แฮจูสลับที่นั่งกับเพื่อให้นอีกคนตามความปรารถนาของอินฮวา

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 6

ผู้พิพากษาซอกล่าวว่า "ชั้นก็แค่อยากทดสอบแม่ของคุณ ชั้นอยากรู้ว่าแม่คุณเชื่อคำพูดบุตรสาวตัวเองจริงรึเปล่า ก็อย่างที่คุณพูดนั่นแหล่ะ ถ้าหากแม่คุณเชื่อมั่นในตัวคุณจริงๆ คงไม่รับเงินนั่น ขนาดแม่แท้ๆ ยังไม่เชื่อคุณเลย แล้วจะให้ชั้นเชื่อคุณได้ยังไงกัน"

ทันใดนั้น ผู้พิพากษาซอก็เหลือบไปเห็นชุนชิมกำลังจุดไฟเผาอะไรบางสิ่งที่หน้าบ้านของตนจึงรีบเดินไปดู ปรากฏว่าชุนชิมนำเงินค่าชดเชยส่วนหนึ่งไปเหมาซื้อหนังสือ "ซับน้ำตาด้วยกฏหมาย" ที่ผู้พิพากษาซอ (ซึ่งสร้างภาพว่าตนเองเป็นผู้พิพากษาที่แสนอบอุ่น จิตใจดี มีเมตตา) เป็นคนเขียน จากนั้นก็นำมากองไว้ที่หน้าบ้านผู้พิพากษาซอแล้วจุดไฟเผาพร้อมเงินที่เหลือในซอง ชุนชิมกล่าวกับผู้พิพากษาซอว่าบุตรสาวตนไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับถูกบีบให้ลาออกจากโรงเรียน จากนั้นก็ตวาดใส่ผู้พิพากษาซอเสียงดังลั่นว่า "บุตรสาวชั้นเป็นข้างถูก คุณนั่นแหล่ะผิด"  เฮซองได้ยินดังนั้นก็ยิ้มทั้งน้ำตา

ระหว่างพาเฮซองเดินกลับบ้าน (หลังใหม่) ชุนชิมก็ถึงกับเข่าอ่อน ก่อนหน้านี้คุณพยายามเก็บความกล้าต่อหน้าผู้พิพากษาซอเพื่อให้ยืนกรานว่าเฮซองเป็นผู้บริสุทธิ์ คุณถามบุตรสาวว่าตนเล่นละครเก่งมั๊ย ก่อนเช็คว่าลืมพูดประโยคใดบ้างหรือเปล่า พอดูโพยบนฝ่ามือมือแล้วคุณก็รู้สึกเสียดายที่ลืมบอกผู้พิพากษาซอว่า เขาไม่ได้นำกฏหมายมาช่วยเหลือหรือซับน้ำตาผู้คนเหมือนอย่างชื่อหนังสือ แต่กลับนำมันมาเป็นเครื่องมือในการทำให้คนอื่นร้องไห้ พอรู้ว่าแม่เชื่อและทำทุกอย่างเพื่อให้คุณ เฮซองก็กอดแม่ด้วยความดีเลิศใจ

วันหนึ่ง เฮซองถือพลุมาดักรอโดยอนรอบๆสวนสาธารณะ  เมื่อเห็นโดยอนเฮซองก็เดินเข้าไปหาและจุดพลุทันที โดยอนเห็นดังนั้นจึงรีบทรุดตัวหลบตามสัญชาติญาณ เฮซองถามโดยอนว่า "คุณเห็นกับตาว่าชั้นเป็นคนจุดพลุจริงๆ เหรอ คุณไม่เห็นสักหน่อย จริงมั๊ย?" โดยอนยังคงปากแข็งว่าคุณเห็นกับตา เฮซองจึงถามว่า "ถ้าคุณเห็นจริงๆ แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ทำอะไรสักอย่าง ถ้าคุณคิดว่าชั้นเป็นคนจุดพลุ คุณก็ควรจะหลบเหมือนอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้สิ" โดยอนยอมรับว่าตนไม่ได้เห็นกับตาแต่ยังคงโทษว่าเฮซองเป็นคนผิด เฮซองบอกให้โดยอนไปยอมรับสารภาพความจริงกับผู้พิพากษาซอและแม่ของตนแต่โดยอนปฏิเสธ ทันใดนั้นก็มีเสียงรถชนกันดังสนั่นหวั่นไหว

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ ตอนที่ 4

หลังโดนผู้อวยการสาวบังคับให้ดื่มเหล้าแบบแก้วชนแก้ว (คุณเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในห้อง) ชางมินก็เริ่มเต็มกำลังกับชีวิต เขาขึ้นไปร้องเพลงและเต้นรำบนโต๊ะกับผู้ให้การสาวอย่างแนบชิดและเมามัน ท่ามกลางเสียเชียร์ของหมอบงและบรรดาหมอคนอื่นๆ

จินฮีมัวแต่คุยกับแม่ชางมินจนลืมดูหม้อแกงกะหรี่ พอถูกแม่ชางมินวางหูใส่ จินฮีก็หันมามองว่าน้ำในหม้อเดือดจนล้น คุณจะวิ่งไปปิดเตา แต่เกิดแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก คุณจึงโทรฯ หาชางมินแต่ก็ติดต่อเขาไม่ได้ ในตอนนั้นชางมินกำลังเดินไปส่งผู้ให้การสาวที่รถ ผู้ให้การคว้าตัวชางมินมาหอมแก้มและบอกว่าคืนนี้คุณถูกใจชางมินมาก ชางมินรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า เขาต้องเปลี่ยนเป็นของเล่นของสาวใหญ่ ซ้ำยังโดนหยามศักดิ์ศรีต่อหน้ารุ่นน้องและหมอคนอื่นๆ แถมการพูดจาธุรกิจยังล้มเหลวอีกด้วย

จินฮีพยายามหยิบยาโรคหัวใจและหลอดเลือด (ของชางมิน) ที่เก็บไว้ในตู้ แต่แล้วอยู่ๆ คุณก็ไม่ไว้ใจชางมินจึงไม่ยอมทานยา

ชางมินผู้สิ้นหวังเดินถือกล่องยากลับบ้านในสภาพเมาปลิ้น แต่แล้วอยู่ๆ ฝนเจ้ากรรมดันกระหน่ำตกลงมา แถมการจราจรยังติดขัดจนเขาหารถแท็กซี่กลับบ้านไม่ได้  ชางมินเลยต้องเดินตากฝน ซ้ำยังถูกคนที่กำลังวิ่งหลบฝนชนจนยาในกล่องร่วงลงพื้น พอเก็บยาใส่กล่องกระดาษที่เปียกน้ำฝน กล่องก็พังจนยาทั้งหมดร่วงหล่นลงบนพื้นอีกรอบ คราวนี้ชางมินเริ่มหมดความอดทนเขาจึงกระทืบยาทั้งหมดด้วยความโมโห

พอกลับถึงบ้านในสภาพเปียกโชกไปตลอดตัว ชางมินก็ร้องขอผ้าขนหนู พอเห็นจินฮีนอนนิ่งอยู่บนโซฟาเขาก็เดินไปเรียกและต่อว่า จินฮีหันไปมองและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าว่า เมื่อเช้าคุณเตือนแล้วว่าให้พกร่มไปด้วย จากนั้นก็ตำหนิที่เขาไม่รู้จักแวะซื้อร่มที่ร้านสะดวกซื้อ ชางมินบ่นกลับว่าจินฮีเอาแต่กินและนอนอยู่บ้านไปวันๆ พอเห็นแกงกะหรี่แห้งและไหม้อยู่ในหม้อ ชางมินก็เริ่มหงุดหงิด ครั้นพอเห็นปลาหงายท้องตายยกตู้ชางมินก็เริ่มหมดความอดทน เขาดึงตัวจินฮีให้ลุกขึ้นแล้วคาดคั้นว่าคุณจงใจฆ่าปลาไหมได้ให้อาหารปลากันแน่ จินฮีกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยว่า  ก่อนหน้านี้คุณเกือบตายเลยไม่ได้ให้อาหารปลา ชางมินไม่สนใจซักถามว่าคุณเป็นอะไร แต่กลับโวยวายว่าเรื่องง่ายๆ อย่างให้อาหารปลาคุณยังรับผิดชอบไม่ได้

« Older posts